sukhontika's profileLemon DreamPhotosBlogListsMore Tools Help

Lemon Dream

Welcome every friend.

sukhontika leethochawalit

Windows Media Player

No list items have been added yet.

Quote of the Day

Loading...
Photo 1 of 110
May 01

Japan trip 13-17 April

It was really busy before going to this trip until i couldn't prepare anything.
The translated paper for Nong Yui must be finished before going there because she has to send to her professional after Songkarn Holiday.
There are more students than other time during these past 3 year. Oor had also got students for Art courses.
I let her teach MS Word for N'Wat and N'Wa because I had no time. However, I could finish the paper in the evening of 12th April.
Chai-yo, It was better time to prepare things. (quite late)
 
I went out to buy some t-shirts and something for trips at Tesco Lotus Rangsit. There is hard traffic because many people went back home to celebrate
Songkarn festival in their hometown.(might not as many as last year because the fuel is expensive this year). I also heard from News that many Thais
planed to go Japan for holiday. Um, Why was Japan so popular in the Songkarn? (I don't know). We didn't have much time so Nong Aor said
we were going to follow Na Ad's plan.(Aunt Ad is Shochun's mum)
 
I also wasn't sure if the visa was granted or not because many people said it's difficult to get the Japanese visa for a single women. However, we had got that :)
 
Come back to story of buying things from Tesco Lotus. It's quit late. I went there without having dinner. I was very hungry. After sending Orr at the Lotus because
she said she could go home from there easier, I went to pick up 4 packes of AA batteries. After walking for 15 mins, I thought i needed to have something for dinner before those restuarant close.
December 20

Happy New Year ,Friends

ปีใหม่

ขอให้ทุกคนมีความสุข สดชื่นสมหวัง ในสิ่งที่ปารถนานะค่ะ

อ๋อย

 

 

 

 

December 05

ตลาดน้ำดอนหวายวันพ่อ 2550

วันนี้เป็นวันที่มีความสำคัญวันหนึ่ง
 
1. วันครบรอบประสูติของในหลวง 80 พรรษา
2. เป็นวันพ่อ
 
ถึงแม้ว่าใครบางคนจะว่า การแสดงความรักต่อพ่อ สามารถทำได้ทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะวันพ่อเท่านั้น แต่ครอบครัวของเราก็ยังถือว่า
วันนี้เป็นวันที่พิเศษของครอบครัวอีกวันหนึ่ง ซึ่งปกติก็อาจจะเป็นการซื้อของขวัญให้ป๊า หรือว่าพากันไปเที่ยว
ปีนี้ก็เหมือนเคย ถึงแม้ว่าน้องโอ๊คจะไม่ได้กลับมาบ้าน เราก็วางแผนที่จะไปตลาดน้ำดอนหวายกันตั้งแต่เช้าตรู่
เอ๋ก็กลับมาอยู่ที่รังสิตแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ดังนั้นตอนเช้าก็ขับรถกลับไปบ้านที่ปทุมธานีกัน 3 คนโดยเอารถฮอนด้าสีแดงของเอ๋ไป
เนื่องจากไปกัน 6 คน จึงต้องเอารถไปสองคัน เพราะคงนั่งรวมกันไปไม่หมด ป๋าแม่และน้องอ้อไปคันเดียวกันโดยไปถึงก่อนเล็กน้อยและได้ซื้อ
ขนมที่จะทานบนเรือไว้ ขับหลงทางเล็กน้อย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการไปครั้งแรก เพราะเราจำทางไม่ค่อยเก่ง ทางไปจากปทุมฯที่ดีที่สุดคือ ออก 345 แล้วตัดเข้าราชพฤกษ์ แล่นไปเรื่อยๆ พอถึงวงเวียนที่ตรงไป ไปบรมราชชนนีและเลี้ยวขวาไปบางบัวทอง ก็เลี้ยวขวา มันจะไปเข้าเส้นปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เลยศาลายา แล้วเข้าพุทธมณฑลสาย 5 ไป หลังจากนั้นไปเลี้ยวซ้ายตรงแยกใหญ่แยกแรกที่มีป้ายเขียนว่าไปดอนหวาย แล่นไปเรื่อยๆก็จะไปโผล่ตรงหน้าโรงเรียนวัดดอนหวาย ในโรงเรียนก็มีที่จอดรถ จริงๆแล้วแถวนั้น ไม่ว่าเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็จะมีบอกว่า ที่จอดรถดอนหวายตลอด ไม่รู้ว่าจอดที่อื่นเสียตังค์กันหรือเปล่า แต่เราก็เลี้ยวขวาไปจอดในวัดซึ่งอยู่ด้านข้างโรงเรียนวัดดอนหวาย เข้าในวัดที่จอดเต็ม เขาให้เลี้ยวขวาไปจอดบริเวณที่จอดข้างวัดที่ข้ามสะพานไป คนเยอะมากเลย รถเต็มไปหมด แต่โชคดีมีคนออก เลยเข้าไปจอดแทนได้ ตรงนี้ก็ไม่เสียตังค์เหมือนกัน แล้วเราก็เดินข้ามสะพานมาในวัด
ลงเรือได้ช่วงเวลาที่ออก 10.15 น พอดี เราไปถึง 3 นาทีก่อนเรือออก แต่มีที่ว่างบนเรือ จึงโทรหาพวกที่ไปก่อน ว่าจะไปเรือเที่ยวนี้เลยไหม ทางเรือเขารอ ก็เลยได้ขึ้นเรือเรานั้นไป เรือนี้ไปทางวัดเกร็ดหอม ไปเลี้ยงปลาหน้าวัด เขียนว่า ท่องเที่ยวแม่น้ำนครชัยศรี เป็นเจ้าแรกที่เห็น ก่อนถึงเรือศรีสวัสดิ์ เนื่องจากเคยไปเรือศรีสวัสดิ์มาแล้ว เลยอยากลองเจ้าอื่นดูบ้าง ราคา 60 บาทต่อคน ก็เป็นอีกบรรยากาศนึง ลมเย็นดี ไม่มีการแวะลงไหว้พระ แค่แล่นเรือผ่าน ให้ขนมปังปลาจากในเรือ เรือแล่นช้าๆมาถึงฝั่งอีกทีก็ 12.00น แล้ว คนทานอาหารกันเต็มทุกแพเลย ดีที่ได้ขึ้นเรือก่อนแล้ว เราเลยออกมากินข้าวกันข้างนอกก่อนกลับ ขากลับออกมาทางแยกหน้าโรงเรียนวัดดอนหวาย ตรงมาแล้วเลี้ยวซ้าย ขับมาซักพักก็เจอร้าน ที่เขียนว่า ร้านปลาสมุนไพรอร่อยที่สุดในไทย ชื่อร้านอะไรก็ไม่รู้ อาหารก็รสพอใช้ได้ แต่เราเข้าไปเพราะกลัวไม่มีอะไรจะกิน แล้วเห็นรถจอดบ้างแล้ว ก็คนก็เยอะค่ะ พอออกมาจากร้าน ก็เจอร้านอื่นๆ คนก็เต็มทุกร้านเลย คนออกมาเที่ยววันพ่อกันเยอะค่ะ เหลืองไปหมดเลย มีคนใส่เสื้อสีชมพูบ้าง แม้ว่าเขาจะรณรงค์ให้ใส่เหลืองแล้ว ก็สนุกดีค่ะ แม่ป๊า happy เราก็สบายใจกัน แยกกันตรงนครปฐมเพราะอ้อมีบัตรงานมอเตอร์โชว์ที่เมืองทอง และพาป๋ากะแม่ไป ส่วนเราอีกคันก็เอาขนมที่เหลือกลับมาที่ปทุมก่อน แล้วค่อยกลับมารังสิต เอ๋ก็กลับไปกรุงเทพเลย
ตอนดึกนั่งดูพลุในทีวี สวยดี

สรุปสาระสำคัญของ "เศรษฐกิจพอเพียง"

 
การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้
ให้พอเพียงกับตัวเอง ความพอเพียงนี้ ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผ้าได้เอง
อย่างนั้นมันเกินไป
 
คำว่า พอเพียงมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มีความหมายกว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึงการมีพอสำหรับใช้เองเท่านั้น
แต่มีความหมายว่า พอมีพอกิน พอมีพอกินนี้ แปลว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง ถ้าแต่ละคนพอมีพอกินก็ใช้ได้
ยิ่งถ้าทั้งประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดี พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ
แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือยแต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ
อันนี้ก็หมายความอีกอย่างของเศรษฐกิจหรือระบบพอเพียง
 
Self-sufficiency(พึ่งตนเอง) หมายถึง ผลิตอะไรที่มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอซื้อคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง
 
"พอเพียงนี้มีความหมายกว้างขวาง
คือคำว่า พอก็เพียงพอ เพียงนี้ก็พอ
ทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า
พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก
พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้
แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอ
ประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง
ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง....
ทางความคิดก็เหมือนกัน ไม่ใช่ทางกายเท่านั้น
ความพอเพียงในความคิดก็คือ แสดงความคิด
ของตัว ความเห็นของตัว และปล่อยให้อีกคนพูด
บ้าง และมาพิจารณาว่าที่เขาพูดกับที่เราพูด
อันไหนพอเพียง อันไหนเข้าเรื่อง ถ้าไม่เข้าเรื่อง
ก็แก้ไข เพราะว่าถ้าพูดกันโดยที่ไม่รู้เรื่องกัน
ก็จะกลายเป็นทะเลาะกัน...
ฉะนั้น ความพอเพียงนี้ก็แปลว่า
ความพอประมาณ และความมีเหตุผล"
 
นี่คือ นิยามของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้ไว้เมื่อปี พ.ศ.2540 และ 2541
 
จากหนังสือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระเจ้าอยู่หัว เรียบเรียงโดย อุดมพร อมรธรรม สำนักพิมพ์แสดงดาว ปี 2549
 
อ่านวันที่ 5 ธค. 2550 หนังสือเล่มนี้ยืมมาจาก ร้านเช่าหนังสือ การ์ตูน ตรงข้าง 7-eleven ด้านข้าง ม.รังสิต
เป็นหนังสือที่วางอยู่ในหนังสืออ่านฟรี เพราะทางร้านมีโปรโมชั่นให้ยืมหนังสือเกี่ยวกับธรรมะฟรีด้วย น่ารักน่ะเนี่ย
เลยเอามานั่งอ่านดู เพราะ นักเรียนที่มาเรียนต้องเรียนเรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งนั้น เลยยืมมาอ่านดีกว่า
เพราะถ้าครูไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องที่นักเรียนถาม คงจะไม่ดีแน่
 
November 21

จะเปลี่ยนรูปแบบการศึกษาใหม่กันอีกแล้ว

จากข่าวการศึกษา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
กพฐ.มีมติรื้อหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน [21 พ.ย. 50 - 04:43]

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ที่ ประชุมได้มีมติให้ปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 โดยให้ทบทวนใน 3 หลักการ คือ 1. การที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดโอกาสให้สถานศึกษาจัดทำหลักสูตรเอง สถานศึกษามีความเข้มแข็งมากน้อยเพียงใด ถ้ายังไม่เข้มแข็งเพียงพอ สพฐ.จะช่วยเหลือดูแลให้มีหลักสูตรที่มีคุณภาพได้อย่างไร 2. ความชัดเจนระหว่างหลักสูตรแกนกลาง และหลักสูตรท้องถิ่น และ 3. ขอให้สถานศึกษาเน้นเรื่องกระบวนการเรียนรู้ให้มากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากมีการใช้หลักสูตรดังกล่าวในระดับชั้น ป.1-ม.6 มาเป็นระยะเวลา 6 ปีแล้ว และมีงานวิจัยของนักวิชาการ ของสพฐ. และของนักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยต่างๆ พบว่าควรทบทวนปรับปรุงเรื่องของความไม่ชัดเจน และความซ้ำซ้อนของเนื้อหา

ด้านนายวินัย รอดจ่าย รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ที่ประชุม กพฐ.เห็นควรให้ปรับตัวชี้วัดที่เดิมกำหนดเป็นช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.3) ช่วงชั้นที่ 2 (ป.4-ป.6) ช่วงชั้นที่ 3 (ม.1-ม.3) และช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-ม.6) โดยจะเปลี่ยนมาเป็นกำหนดเป็นแต่ละชั้นปีแทน ซึ่งจะจำแนกเป็น ป.1-ม.6 เพื่อให้ชัดเจนขึ้น เพราะจากเดิมแต่ละช่วงชั้นกำหนดตัวชี้วัดค่อนข้างกว้าง ทำให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดการเรียนการสอนในแต่ละชั้นปีไม่เหมือนกัน เช่น เด็ก ป.2 จาก จ.เชียงใหม่ เคยเรียนเรื่องดวงจันทร์มาแล้ว แต่เมื่อย้ายมาเรียนชั้น ป.3 ใน กทม. กลับต้องมาเรียนเรื่องดวงจันทร์อีก นอกจากนี้ จะปรับสัดส่วนค่าน้ำหนักของเวลาที่ใช้ในการเรียนกลุ่มสาระฯต่างๆด้วย เช่น จากเดิมช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.3) กำหนดให้เรียนกลุ่มสาระฯ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย 50% ที่เหลืออีก 50% เรียนอีก 6 กลุ่มสาระฯ แต่หลังจากนี้สัดส่วนอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไป โดยอาจให้ค่าน้ำหนักในกลุ่มสาระฯ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ เพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มว่าจากเดิมที่กำหนดว่า แต่ละชั้นปีจะต้องเรียนครบ 8 กลุ่มสาระฯ แต่ต่อไปในบางชั้นอาจจะไม่จำเป็นต้องเรียนครบทั้ง 8 กลุ่มสาระฯ อาจจะเรียนเพียง 3-5 กลุ่มสาระฯ ตามความจำเป็นของนักเรียน และจะต้องปรับเรื่องของหน่วยกิต และการประเมินผลการเรียนการสอนให้สอดคล้องกันด้วย คาดว่าจะได้แนวทางในเดือน ธ.ค.นี้.


 

November 19

การเมือง เรื่องน่าเบื่อไหมเอ่ย

 
การเมืองหนอ การเมือง
 
เมี่อไหร่ ประเทศเราจะได้นักการเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีความเสียสละให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริงซักที
ตอนนี้ก็ถึงเวลาหาเสียงเลือกตั้งกันแล้ว ก็ยังมีข่าวโจมตีกันไป โจมตีกันมาไม่เว้นแต่ละวัน
ในอินเตอร์เน็ตตาม forum ต่างๆ ก็ด่ากันระงมไปหมด พอมีข่าวอะไรเกิดขึ้นมา คนที่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน
ก็ออกมาตอบโต้กันอย่างรุนแรง แล้วทำไมเขาด่ากันได้เต็มไปหมดเนี่ย ด่ากันไปแล้วได้อะไรขึ้นมา อ่านแล้วมีความรู้สึกว่า
ทำไมมันแย่อย่างนี้ มันแต่คิดต่อต้านกัน สิ่งที่ควรทำคือ รอประชาธิปไตยกับมา โดยการไปช่วยกันเลือกคนดี เข้าไปบริหารประเทศ ไม่ดีกว่าเหรอ
ตามสิทธิ เราไม่ควรไปว่าใครว่า สิ่งที่เขาคิดไม่ดี แต่ถ้าไมมีแต่คนว่ากัน บางคนขุดเอาคำหยาบๆมาใช้เต็มที่เลย
หลังการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 การเมืองบ้านเราจะดีขึ้นไหมเนี่ย ไม่อยากให้คนไทยแตกแยกกันอย่างนี้เลย
ใส่เสื้อเหลือง รักในหลวง รักราชวงศ์ กันทั้งนั้น แต่ไม่สามัคคีกันเลย ต่างชาติคงไม่ได้เชื่อว่า บารมีในหลวงจะทำให้คนไทยมีความสุขแล้วมั้ง
ตีกันอยู่ได้ เมื่อไหร่เราจะหยุดทะเลาะกันเนี่ย
ตีกันเศรษฐกิจก็ไม่ดี ต่างชาติไม่ยอมรับ คนก็ตกงาน พวกคนที่เจอปัญหาก็คือพวก ผู้ใช้แรงงาน มนุษย์เงินเดือน และ SMEs ส่วนพวกระดับรวยๆ
ก็ไม่มีผลกระทบเท่าไหร่ แล้วจะตีกันไปเพื่ออะไรกันเนี่ย
 
มีแต่คนบอกเบื่อ การเมืองแล้ว ไม่ไปเลือกตั้งดีกว่า เอ้อ แล้วเมื่อไหร่ประเทศจะได้คนดีเข้าสภาเนี่ย
ทุกวันนี้ แถวนี้มีพรรคชาติไทยวิ่งรถหาเสียงทุกวัน วันละหลายเที่ยว เอหรือว่า เขาจ้างคนแถวนี้ทำ เลยวิ่งออกจากที่แถวนี้ เลยได้ยินทุกวัน
แล้วก็มี พรรคพลังประชาชน ส่วนพรรคอื่นหายไปไหนก็ไม่รู้ ไม่มีใครมาสมัครแถวนี้ หรือว่า ปล่อยให้สองพรรคนี้แย่งกันไปเนี่ย
 
ควรจะเบื่อดีไหมเนี่ย เอ้อ
 
แต่คงไม่นอนหลับทับสิทธิหรอก หวังนิดๆว่า มันคงดีขึ้น
 
ไปช่วยกันลงสมัครกันเยอะๆ พวกคนซื้อเสียงจะได้หมดๆไป ไม่ใช่ว่าเบื่อแล้วไม่ไปลง พวกซื้อเสียงก็เข้าไปได้อยู่ดี

He said no santa this year

There are many people talking about the effect of climate changes.
However,most people still do not make anything in their life to present.
Today i just want to introduce u one of website talking about this.
The website try to get kids to take actions in save energy by helping santa.
This is a good idea one so i want to share this to you all. We have seen Santa in red every year.
This is some Santa in green. the website make comic and funny news about climate effect and
You can visit the website to see interview Santa and Elf and others
 
hope u enjoy with it and take actions on saving our energy.
the global warming is very serious issue now.  please do something
 
Oil